บัตรเครดิต AEON Club Thailand JCB
บัตรเครดิต AEON Club Thailand JCB
พฤศจิกายน 7, 2018
ติดเครดิตบูโร แก้อย่างไรดี ?
ธันวาคม 22, 2018

บัตรเครดิตแบบใช้เงินฝากค้ำประกันคืออะไร ?

บัตรเครดิตแบบใช้เงินฝากค้ำประกันคืออะไร ?

ในยุคปัจจุบันสิ่งอำนวยความสะดวกเกิดขึ้นมากมายเพื่อช่วยให้ชีวิตประจำวันดำเนินไปอย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงในเรื่องของการเงิน การใช้จ่ายในยุคปัจจุบันนับได้ว่าแตกต่างจากยุคก่อนหน้านี้อย่างมาก ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ความต้องการเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเป็นเช่นนั้นการตลาดต่างๆ จึงพยายามตามให้ทันผู้บริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภค

เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์การควบคุมบัตรเครดิต ซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลให้ยอดลูกค้าลดน้อยลง ผู้ทำธุรกิจออกบัตรเครดิตจึงพยายามหาวิธีต่างๆ สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าหันมาสนใจทำบัตรเครดิตมากยิ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นและเพิ่มยอดลูกค้าให้กับแหล่งธุรกิจออกบัตรเครดิตของตนเอง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับอนุมัติการสมัครรับบัตรเครดิตไว้ว่า “ต้องมีเงินฝากเป็นหลักประกันเต็มวงเงินของบัตรเครดิตที่อนุมัติ” ข้อกำหนดนี้จึงทำให้เหล่าธนาคารหรือสถาบันทางการเงินสามารถออกบัตรเครดิตได้ตามเงื่อนไขของธนาคารแห่งประเทศไทย

“บัตรเครดิตแบบใช้เงินฝากค้ำประกัน” โดยลักษณะการสมัครบัตรเครดิตประเภทนี้เราจำเป็นต้องมีเงินจำนวนหนึ่งตามที่แต่ละธนาคารกำหนด เงินจำนวนนี้จะถูกนำมาค้ำประกันและทำสัญญากับธนาคารจากนั้นจึงจะนำบัตรเครดิตไปใช้งานได้ ผู้ที่สมัครบัตรจะต้องทำการรอให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้ทำธุรกิจออกบัตรเครดิตตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติระยะเวลาโดยประมาณ 10 – 15 วัน ซึ่งเมื่อเทียบกับการขอออกบัตรเครดิตแบบแสดงรายได้การออกบัตรเครดิตแบบใช้เงินฝากค้ำประกันใช้ระยะเวลานานกว่ามาก
ข้อดีของบัตรนี้นั้นช่วยให้เราสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย วางแผนการใช้เงิน เนื่องจากบัตรเครดิตประเภทนี้จะทำการกำหนดวงเงินในบัตรตายตัว ไม่มีการเพิ่มวงเงินและขออนุมัติวงเงินฉุกเฉินชั่วคราวก็ไม่สามารถทำได้

  • แต่ละธนาคารจะมีข้อกำหนดวงเงินในบัญชีขั้นต่ำเอาไว้ดังนี้

 

ส่วนใหญ่ผู้ที่เลือกวิธีการขออนุมัติบัตรเครดิตวิธีนี้มักจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า ผู้ที่มีอาชีพอิสระ ไม่ได้มีรายได้ประจำต่อเดือนผ่านธนาคาร มีรายได้เป็นเงินสด แต่ต้องการบัตรเครดิตไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำแทนเงินสดหรือต้องการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ก่อนล่วงหน้าและทำการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายเหล่านั้นในภายหลัง นอกจากค่าใช้จ่ายภายหลังเหล่านี้แล้ว ผู้ที่ถือบัตรจำเป็นต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรเครดิตด้วยเช่นกัน โดยแต่ละทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงินก็มีข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป แต่หากแทบจะทุกธนาคารหรือสถาบันทางการเงินพยายามที่จะเพิ่มยอดลูกค้าให้กับสถาบันของตนเองส่วนใหญ่จึงมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ในปีแรกและจ่ายปกติตามเงื่อนไขในปีถัดไป

เงื่อนไขและขั้นตอนการเตรียมเอกสารนั้นจะมีความแตกต่างกับการขอบัตรเครดิตแบบธรรมดาบ้างเล็กน้อย บัตรธรรมดานั้นเอกสารหลักๆ ที่ต้องใช้คือ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน เอกสารแสดงรายได้และบางสถาบันอาจขอสำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน รวมถึงอาจขอใบแจ้งยอดบัตรเครดิตต่างๆ ที่มีอยู่ย้อนหลัง 3 เดือน เมื่อเอกสารครบถ้วนแล้วทางสถาบันทางการเงินมีการตรวจสอบว่าทางผู้ขออนุมัติบัตรเครดิตไม่ได้มีการเงินที่เป็นปัญหาจะมีโอกาสสูงในการได้รับการอนุมัติรับบัตรเครดิต

ในส่วนของบัตรเครดิตแบบเงินฝากค้ำประกันนั้นเอกสารที่ควรเตรียมคือ สำเนาบัตรประชาชน สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินฝากและใบแสดงการเคลื่อนไหวจำนวนเงินฝากของลูกค้า หากเอกสารครบถ้วนแล้วมีโอกาสมากเช่นกันที่จะได้รับการอนุมัติการขอถือบัตรเครดิตแบบเงินฝากค้ำประกัน

ขั้นตอนในการเตรียมเอกสารนั้นทางแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงินอาจมีเงื่อนไขรายละเอียดแตกต่างกันไป เราต้องทำการสอบถามข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนพร้อมสอบถามถึงจำนวนยอดเงินในบัญชีขั้นต่ำที่เราต้องทำการฝากหรือเตรียมและเราควรทำตามรายละเอียดที่ทางแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงินแจ้งเพื่อลดการยื่นเอกสารหรือบัญชีผิดประเภทและอาจก่อให้เกิดความล่าช้าในการสมัคร นอกจากนี้ขั้นตอนในการสมัครเองก็สำคัญเช่นกัน ต้องลำดับขั้นตอนอย่างถูกต้อง รวมถึงเอกสารที่เรานำไปยื่นก็ควรทำการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องให้ครบถ้วน หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจควรรีบติดต่อสอบถามทางธนาคารหรือสถาบันการเงินไม่ควรเว้นว่างไว้ เมื่อเรายื่นเอกสารไปอาจจะถูกส่งคืนเพื่อใส่ข้อมูลเพิ่มเติมให้ครบและทำให้เกิดความล่าช้าเพิ่มขึ้นอีก

อีกหนึ่งปัจจัยที่สถาบันทางการเงินหรือธนาคารให้ความสำคัญอย่างมากในการอนุมัติสินเชื่อต่างๆ คือการระบุตัวตนชัดเจนของลูกค้า อาทิเช่น การมีบ้านที่อยู่เป็นหลักแหล่งที่อยู่ที่ถาวรไม่ใช่หอพักหรืออพาร์ตเม้นต์และหากใส่ข้อมูลเบอร์ติดต่อเป็นเบอร์โทรศัพท์บ้านก็จะเป็นส่วนที่ช่วยให้เพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติเพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากทางธนาคารหรือสถาบันการเงินต้องการความมั่นใจถึงการมีตัวตนของผู้สมัครว่ามีที่อยู่อาศัยเป็นหลักและสามารถติดต่อได้
ในส่วนของการตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนเรียบร้อยตามข้อกำหนดแล้วนั้น ทางสถาบันทางการเงินหรือธนาคารก็มีการตรวจสอบและเช็คประวัติของลูกค้าในเรื่องของเครดิตบูโร หากสถาบันทางการเงินหรือธนาคารตรวจสอบแล้วพบว่าลูกค้ามีประวัติหนี้เสียติดในเครดิตบูโรที่สมัคร การที่จะได้รับการอนุมัติก็จะยากขึ้นหรือถูกปฏิเสธตามนโยบายของสถาบันทางการเงินหรือธนาคาร ดังนั้นหากใครที่ยังไม่เคยมีปัญหาในการชำระหนี้เครดิตบูโรควรรักษามาตรฐานไว้เพื่อให้ง่ายต่อการทำธุรกรรมต่างๆ ในอนาคตและการรักษาการชำระหนี้ของตนเองให้ไม่เกิดหนี้เสียหรือหนี้สูญก็จะช่วยจัดระเบียบการใช้เงินในชีวิตของตนเองให้เป็นระบบมากขึ้น